นิรุจน์ สุระเสียง กับบทบาทใหม่ ของการเป็นโค้ช

       นิรุจน์ สุระเสียง อดีตกองหลังทีมชาติไทย m88 ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการค้าแข้งมาอย่างมากมาย โดยในประเทศเวียดนาม นิรุจน์ ถือว่าเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นนักเตะไทยชุดหลัง ๆ ที่กลับมาเล่นในเมืองไทย หลังจากที่เลิกเล่นไปแล้ว นิรุจน์ ก็ได้หันมาจับงานโค้ช โดยเป็นผู้ช่วยโค้ชของสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด แต่การเป็นโค้ช ก็ไม่ได้ง่ายเลย เมื่ออาร์มี่ ยูไนเต็ด  ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ส่งผลให้ หัวหน้าโค้ชอย่าง อิสระ ศรีทะโร ต้องถูกปลดออกไป และแต่งตั้ง เสธ.เหนียว พ.ท.วัชรกร อันทะคำภู เข้ามารับหน้าที่แทน

          ในขณะที่ทีมงานชุดเก่าโดนโล๊ะทิ้งทั้งหมด นิรุจน์ สุระเสียง ถือว่าโชคดีที่ได้มารับงานเป็นผู้ช่วยของ เสธ.เหนียวต่อ แน่นอนว่า ทางผู้บริหารทีมหลายๆคนคงมองเห็นความสามารถของนิรุจน์ หากปล่อยตัวไปก็เป็นที่น่าเสียดายมาก ด้วยการที่นิรุจน์ เคยเล่นตำแหน่งกองหลังมาก่อน ย่อมมีความเข้าใจเกมส์เป็นอย่างดี การมารับงานโค้ช จึงไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าใด ของนิรุจน์ แต่ก็ต้องรอเวลาเพื่อพิสูจน์ฝีมือกันต่อไป

          ในอนาคตข้างหน้า อีกไม่เกิน 2-3 ปี เชื่อแน่ว่า นิรุจน์ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในการเป็นโค้ชมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว จะสามารถขึ้นมาเป็นหัวหน้าโค้ช ของสโมสรใดสโมสรหนึ่งในไทยลีก หรือดิวิชั่นหนึ่งได้อย่างแน่นอน เพราะ นิรุจน์ ถือว่าเป็นคนมีความสามารถและมีความทุ่มเทตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ ลักษณะคนแบบนี้ เมื่อมารับงานโค้ช ก็น่าจะประสบความสำเร็จได้เหมือนกับการประสบความสำเร็จในสมัยเป็นนักเตะอย่างแน่นอน

เคยแปลกใจไหมว่า ทำไมทีมชาติฟิลิปปินส์ถึงเก่ง แต่เยาวชนอ่อนมาก

         ทีมชาติฟิลิปปินส์ เมื่อเทียบอันดับโลกแล้ว m88 ถือได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน และมีทีมชาติไทย ทีมชาติเวียดนาม เป็นเบอร์สองและสามของอาเซียนตามลำดับ แน่นอนว่า แม้ฟุตบอลทีมชาติฟิลิปปินส์จะค่อนข้างแพ้ทางให้กับทีมชาติไทย แต่ว่าในระดับเอเชียแล้ว ฟิลิปปินส์ถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่ง ใครที่เจอกับทีมชาติฟิลิปปินส์ กว่าจะเอาชนะได้ก็หืดขึ้นคอทีเดียว แต่สำหรับทีมฟิลิปปินส์ชุดเยาวชนแล้ว ทีมกลับอ่อนมาก กลายเป็นหมูสนามที่คอยแจกแต้มให้กับทีมอื่นๆ คุณเคยสงสัยบ้างไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร

           ถ้าเรามองลงลึกในฟุตบอลฟิลิปปินส์แล้ว จะเห็นได้ว่า ไม่ได้มีการพัฒนาเยาวชนที่ดีเลย แม้ว่าวงการฟุตบอลจะมีความแข็งแกร่งกว่าเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนมาก แต่ ก็เพราะว่ามีการดึงนักเตะลูกครึ่งที่ไปเติบโตและเล่นฟุตบอลยังต่างประเทศกลับมาช่วยทีม ทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากว่า มีประชากรฟิลิปปินส์จำนวนมากได้อพยพไปอยู่ต่างประเทศ ทำให้ฟิลิปปินส์มีนักเตะที่เล่นยังต่างประเทศและนักเตะลูกครึ่งมากนี่เอง ส่วนนักเตะที่เล่นในประเทศ โดยเฉพาะนักเตะเยาวชน ก็ไม่ได้มีการพัฒนามากเท่าที่ควร จึงทำให้ไม่สามารถเข่งขันกับชาติอื่นๆในระดับเยาวชนได้

           จะเห็นได้ว่า แม้ระดับทีมชุดโอลิมปิกของฟิลิปปินส์ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แน่นอนว่า หากว่านักเตะทีมชาติชุดนี้เลิกเล่นไปเมื่อใด และฟิลิปปินส์ไม่สามารถหานักเตะที่มีฝีมือใกล้เคียงมาได้ ทีมชาติฟิลิปปินส์จะกลับไปสู่ภาวะตกต่ำอีกอย่างแน่นอน เพราะไม่มีการวางรากฐานฟุตบอลเยาวชนที่ดีนั่นเอง ทำให้ไม่มีนักเตะในประเทศมาทดแทนนักเตะรุ่นเก่าๆที่เลิกเล่นไป

Hữu Thắng hồi hộp chờ chuyên gia ngoại cho ĐT Việt Nam

Trong cuộc trao đổi với báo chí ngày 5/5, HLV Hữu Thắng cho biết cũng đang rất hồi hộp chờ đợi vị chuyên gia ngoại sẽ cùng sát cánh tại ĐT Việt Nam.

Trước vấn đề thể lực không đồng đều của các cầu thủ mỗi khi lên tập trung đội tuyển quốc gia. Kể từ khi được bổ nhiệm dẫn dắt đội tuyển Việt Nam hồi tháng 3 vừa qua, m88 HLV Hữu Thắng đã lên tiếng cho biết muốn có một HLV thể lực cho đội tuyển. Trong thời gian qua điều này đã liên tục được lãnh đạo VFF và vị chiến lược gia người xứ Nghệ nhắc đến.

Dưới thời cựu HLV Miura, vị chiến lược gia người Nhật đã được giúp sức bởi một người đồng hương là HLV thể lực Kubo Shinichi. Ông này từng được đánh giá là “cánh tay phải” của HLV Miura trong việc tư vấn cho vị chiến lược gia người Nhật trong quyết định sử dụng nhân sự của đội tuyển trước mỗi trận đấu.
Trong cuộc họp báo thường kỳ được VFF tổ chức sáng ngày 5/5, bên cạnh việc tuyển chọn các cầu thủ có chất lượng cho đội tuyển quốc gia, một vấn đề nhân sự khác cũng được báo chí trong nước quan tâm là khi nào đội tuyển Việt Nam sẽ có HLV thể lực mới.

Trả lời câu hỏi này, HLV Hữu Thắng cho biết: “VFF đang tích cực tìm kiếm HLV thể lực cho các đội tuyển Việt Nam. Tôi nghĩ là VFF đang lựa chọn một HLV nước ngoài sở hữu một hồ sơ tốt thật sự. Tôi rất mong về điều đó.”

Trong khi đó, Tổng thư ký VFF, Lê Hoài Anh cũng xác nhận VFF đang tích cực tìm kiếm, lựa chọn những gương mặt có chất lượng và sẽ sớm công bố trong thời gian sớm nhất.

Ở lần đầu tập trung đội tuyển dưới triều đại của mình, HLV Hữu Thắng không quá đau đầu về vấn đề chấn thương ở đội tuyển. Tuy nhiên theo đánh giá của giới chuyên gia trong nước, sự xuất hiện của một trợ lý thể lực, một chuyên gia nước ngoài hiển nhiên sẽ cải thiện rất nhiều sức bền, thể lực và giảm thiểu tối đa chấn thương cho các học trò. Điều mà HLV Hữu Thắng không muốn xảy ra tại giải đấu quan trọng nhất năm là AFF Cup 2016 diễn ra vào cuối năm nay.